โรงเรียนบ้านหนองนกกะเรียน
อ.จอมบึง จ.ราชบุรี 701510 โทร 032 735242

ทัศนศึกษา เรือจักรีนฤเบศร, ศูนย์วิทยาศาสตร์
3 มีนาคม 2555

2 มีนาคม 2555 ผอ.วิชัย จุัยนิ่ม นำนักเรียนพร้อมคณะครูและผู้ปกครองเข้าชมเรือหลวงจักรีนฤเบศ ที่ฐานทัพเร์อสัตหีบ จ.ชลบุรี

ระยะทางประมาณ 350 กม.จากโรงเรียน ต้องใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชม.จึงต้องออกกันตั้งแต่ตีสามครึ่ง
6.00 น ถึง ทางด่วนสะพานวงแหวนด้านใต้


ฟ้าเริ่มสว่างเมื่อขึ้นทางด่วนตรงไปชลบุรี
การเดินทางกลางคืนให้ประสบการณ์กับเด็กๆ ไปอีกแบบ ซึ่งปกติเด็กจะไม่ได้ประสบ ถ้าไม่จัดให้


สว่างแล้ว ลงทางด่วนที่อ.เมืองชลบุรี
การเดินทางครั้งนี้มีนักเรียน ครู และผู้ปกครองประมาณ 180 คน ใช้รถบัสวีไอพี 4 คัน



แวะพัก ทานช้าว


8.30 น.เดินทางมาถึงฐานทัพเรือ บริเวณที่จอดเรือจักรีนฤเบศร


ในเวลาเดียวกันมีนักเรียนโรงเรียนอื่นๆ มาทัศนศึกษาหลายโรงเรียน
โรงเรียนบ้านหนองนกกะเรียนในชุดเสื้อสีชมพูเข้ม


ทำไมต้องมาชมเรือจักรีนฤเบศ

.............
ด้วยเป็นเรือหนึ่งเดียวที่ใหญ่ที่สุดของไทย ความยาวเท่ากับสองสนามฟุตบอล
เป็นเรือบรรทุกเครื่องบินของใทย ที่กว้างใหญ่เพราะดาดฟ้าเป็นที่ขึ้นลงของเครื่องบินรบแบบต่างๆ


เตรียมชึ้นชม



มองลงไปจากเรือขณะที่นักเรียนเดินแถวขึ้นเรือ

ปกติทั่วไปเราจะบอกว่าลงเรือ เพราะเรือทั่วไปลำเล็กอยู่เตี้ย


เข้ามาในห้องโถงของเรือ ใหญ่มาก แต่ประตูเล็กเข้าได้ทีละคน


เลาะออกมาตามทางเดินข้างเรือ


มองซ้ายออกไปทะเล


ขึ้นบันไดเล็กๆ สู่ดาดฟ้าเรือ ซึ่งเป็นลานจอดเครืองบิน และเป็นรันเวย์บินขึ้น


แล้วเราก็มาถึงดาษฟ้า โปร่งกว้าง เจอนักเรียนเสื้อโรงเรียนอื่นสีเดียวกัน


มองขึ้นบน ตรงนี้เรียกสะพานเดินเรือ หรือห้องคนขับเรือ พร้อมผู้บังคับการเรือ (กัปตัน)


ด้านหน้า ข้างบนเป็นความลับทางทหาร ไม่อนุญาตให้ขึ้นไปดู


ในปี พ.ศ. 2532 ได้เกิดพายุไต้ฝุ่นเกย์ในอ่าวไทยบริเวณจังหวัดชุมพร กองทัพเรือได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทาง
ทะเล ซึ่งทางกองทัพได้ใช้เรือและอากาศยานในการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย แต่ประสบปัญหาคือเรือขนาดใหญ่ที่สุดที่กองทัพเรือมีอยู่ขณะนั้น
ไม่สามารถทนสภาพทะเลได้ ให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยกระทำได้ด้วยความยากลำบากการมีเรือขนาดใหญ่พร้อมอุปกรณ์ทันสมัย
จะสามารถใช้ในการค้นหาและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเล ได้อย่างรวดเร็วและทันการ และหากว่ามีเฮลิคอปเตอร์ประจำการบนเรือจะช่วยขยายพื้นที่ในการลาดตระเวนและระยะเวลาในการปฏิบัติการในทะเลได้เป็นเวลานาน
และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น กองทัพเรือจึงได้มีแนวความคิด ในการสร้างเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ เพื่อให้สามารถบรรลุภารกิจตามความมุ่งหมาย


เดิมรัฐบาลไทยได้วางแผนจัดซื้อเรือบัญชาการสนับสนุนการยกพลขึ้นบก ขนาดระวาง 7,800 ตันจากบริษัทเบรเมอร์ วัลแคนของเยอรมนี แต่ได้ทำการยกเลิกสัญญาเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2534[3] และทำการจัดซื้อใหม่จากบริษัทบาซาน ประเทศสเปน ซึ่งเป็นผู้ออกแบบและต่อเรือ ปรินซีเปเดอัสตูเรียส เรือธงของกองทัพเรือสเปนในขณะนั้น คณะรัฐมนตรีของไทยได้มีมติเมื่อ 17 มีนาคม พ.ศ. 2535 อนุมัติให้กองทัพเรือว่าจ้างสร้างเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ในลักษณะรัฐบาลต่อรัฐบาล ลงนามโดยรัฐบาลไทยและรัฐบาลสเปนในวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2535 เป็นเงิน 7,100 ล้านบาท


ผู้อำนวยการวิชัย จุ้ยนิ่ม นำนักเรียนขึ้นชมเรือจักรีนฤเบศร


เรือหลวงจักรีนฤเบศรได้เริ่มสร้างในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2536 และมีการวางกระดูกงูในวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2537[3][4] ทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำในวันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2539 โดยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถเสด็จไปทำพิธี ได้มีการทดลองแล่นเรือตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2539-เดือนมกราคม พ.ศ. 2540 ร่วมกับกองทัพเรือสเปนที่โรต้า (Rota) ประเทศสเปน[3] รับมอบเรือและขึ้นระวางประจำการเมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2540[2] โดยมีพลเรือเอก วิจิตร ชำนาญการณ์ เป็นผู้รับมอบ[5] เรือได้รับหมายเลข 911 และเดินทางถึงประเทศไทยในต้นเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน เรือได้เข้าประจำการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2540[4] ในวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2540[6] พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จมาทรงเจิมเรือหลวงจักรีนฤเบศรเพื่อความเป็นสิริมงคล


กองทัพเรือได้ขอพระราชทานชื่อเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ลำนี้ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่กองทัพเรือและเป็นขวัญกำลังใจแก่กำลังพลประจำเรือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อเรือหลวงลำนี้ว่า เรือหลวงจักรีนฤเบศร แปลว่า ผู้เป็นใหญ่แห่งราชวงศ์จักรี และใช้คำขวัญว่า ครองเวหา ครองนที จักรีนฤเบศร[2] เรือหลวงจักรีนฤเบศรขึ้นระวางประจำการสังกัดกองเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ โดยมีนาวาเอกสุรศักดิ์ พุ่มพวง เป็นผู้บังคับการเรือ ปัจจุบันมีนาวาเอกอนิรุธ สวัสดี เป็นผู้บังคับการเรือ
ข้อมูลจากวิกิพีเดีย


หน้าสุดของหัวเรือมีธงไทย








มุมกว้างหัวเรือ





นักเรียนโรงเรียนอื่นๆ เริ่มขึ้นมามากขึ้นๆ


มองลงไปนักเรียนอื่นๆ ที่เตรียมขึ้นเรือ
.....ทำให้นึกว่าทำไมจึงหลั่งไหลกันมาไม่ขาด.....
......................

นั่นเป็นเพราะว่ามันคือหนึ่งเดียวลำเดียวของประเทศ อยู่ตรงนี้ โรงเรียนไหนๆ ทุกภาคก็มีเป้าหมายจุดเดียวกัน จึงเห็นสภาพการณ์เช่นนี้



กลับ ลงบบันได


เข้าไปในเรือออีก


เข้ามาห้องโถงกลางเรือ


ทหารเรือขายของที่ระลึก เช่นหมวก เสื้อ เครืองหมายสัญลกษณ์เรือ อื่นๆ




ลงเรือ (ลงจากเรือ)




มองไปข้างหน้า มีเรือรบหลวงจอดอยู่อีกลำ


นักเรียนโรงเรียนอื่นๆ รอขึ้นชม


12.00 น. มาถึงสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล






ชมปลาทะเลในตู้


อุโมงค์ตู้ปลา






ตู้ปลาขนาดใหญ่มากพร้อมปลาเล้กใหญ่มากมาย




ภิพิธภัณธ์ สัตว์ทะเล เก็บสตัฟสตว์ทะเลหาดูยาก
















นักเรียนอีกโรงเรียนหนึ่งสวมชุดเหมือนกันกับโรงเรียนบ้านหนองนกกะเรียน สีเดียวกันอีกด้วย


มีป้ายชื่อเช่นเดียวกัน




แวะชมหาดบางแสน


จุดเด่นเป็นแถวต้นมะพร้าวอายุมาก


มีคนเล่นน้ำเยอะ













ขากลับผ่านสนามบินสุวรรณภูมิ




ก่อนถึงสะพานวงแหวน


โรงงานผลิตโตโยต้า






ขึ้นสะพานวงแหวน






อาหารหลักของเด็กแทบทุกคนเมือแวะปั๊ม




ยามเย็น


ตะวันคล้อยที่ห้วยไผ่


16.30 น.กลับถึงโรงเรียน


***********************************************************
ครูดิด
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รายงาน
3 มีนาคม 2555